ภายหลังที่พ่อเข้ารักษาที่ศูนย์หัวใจสิริกิติ์นั้นผมเองในฐานะที่เป็นพยาบาลได้พูดคุยกับแพทย์บ้างแล้วว่าสงสัยอะไรในการเจ็บป่วยของพ่อบ้าง ซึ่งก็สงสัยเรื่อง มะเร็งที่ตับ หรือ พวกมะเร็งท่อน้ำดี เมื่อเกิดความสงสัยดังนั้นในความที่ผมเคยดูแลคนไข้มะเร็งท่อน้ำดีมาก่อนก็พบว่ามันนับระยะเวลาถอยหลังได้เลย
ช่วงเวลานั้นผมครุ่นคิดหนักมากมากจนร้องไห้แบบแห้งๆ คือพยายามไม่ให้แม่เห็น ไม่ให้ใครเห็น เพราะผมต้องเป็นที่พึ่งเขาเหล่านั้น แต่คนที่จับอารมณ์นี้ได้คือ "ภรรยา" ผมเอง ช่วงแรกนั้นผมพูดกับพ่อก็จะมีน้ำตาคลอเบ้าออกมา และก็รีบออกมาจากพ่อ แล้วก็เริ่มมาองถึงอนาคตต่อไปว่าจะทำอย่างไรดี ใครจะดูแลแม่ และจะดูแลอย่างไร
ผมต้องเป็นคนแรกที่ร้องไห้ และต้องตั้งตัวให้ได้โดยเร็ว เพราะต้องกลายเป็นที่พึ่งของครอบครัวในอนาคต เพราะที่ผ่านมาแทบไม่ได้ดูแลพ่อแม่เลย นี่คงจะเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ดูแลยามท่านแก่เฒ่าและล้มป่วยลง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น