2 มิถุนายน 58
หลังจากเมื่อวานที่อาการของพ่อแย่ลงอย่างมาก อย่างน่าเป็นห่วง และวันนี้ก็มาถึง ... เช้าวันนี้ ราวๆ 6-7 โมงเช้าขณะที่กำลังจะแทงเส้นให้น้ำเกลือคนไข้ มีโทรศัพท์เข้ามาขึ้นชือ อาร์ม ผมก็ใจไม่ดี เพราะเสียงโทรศัพท์ที่มาเวลานี้นั้น จะเป็นอาการของพ่อที่แย่ลง ... และมันก็เป็นอย่างนั้น อาร์มบอกว่า "เอส พ่อไปแล้วเด้อ" ในขณะที่กำลังแทงเส้นให้น้ำเกลืออยู่ ผมรู้สึกเสียใจแต่ไม่ร้องไห้ เพราะผมทำใจมานานแล้ว
การจากไปของพ่อนั้น อาเล่าให้ฟังว่าเป็นการจากไปอย่างสงบไม่มีร้องปวดไม่มีหอบเหนื่อย พ่อหลับสบาย ก่อนหน้านี้ช่วงราวๆตี2 อาก็ปลุกมาดื่มน้ำอยู่ ผมถือว่าจากไปอย่างสงบ
ผมคิดว่าน่าจะเป็นภาวะ เสียชีวิตแบบเฉียบพลันจากลิ่มเลือดอุดกั้นที่ปอดเพิ่มขึ้นเมื่อวานนั่นเอง
การจัดงานศพนั้นเราทำกันแบบเรียบง่าย ญาติพี่น้องมาช่วยทำงาน ช่วยคิด ช่วยขนของ อย่างดีงานก็ผ่านไปได้อย่างลุล่วงในวันนี้
อาร์มขอบวชทดแทนบุญคุณ 7 วัน ผมก็ได้พาญาติๆ ช่วยพาไปบวชที่วัด จนเสร็จพิธีและจะมาจำวัดที่วัดป่าบ้านปอแดง วัดเดิมของหลวงตา ได้อนุโมทนาให้ปฏิบัติธรรมให้ดีที่สุดเพื่อส่งดวงวิญญาณพ่อ
กำหนดเผา วันพฤหัสบดี ก็ตรงวันที่ 3 พอดี
วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2558
วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2558
หรือมันคือคำเตือน
ขอเล่าย้อนหลังไปวันที่ 28 พค ก่อน วันนั้นช่วงเช้าราวๆ 7.30น. มีเสียงโทรศัพท์จากแม่มา พร้อมเสียง "ตกใจว่าพ่อเหนื่อย ชีพจรเต้นช้า ป้าอ้อยบอกว่าใกล้แล้ว" อยากให้ไปเยี่ยม (ซึ่งปกติผมก็ไปบ่อยมากๆอยู่แล้ว) หลังจากวางสาย ภาพที่ผมนึกออกคือ พ่อน่าจะใกล้ถึงคราวแล้วนะ น่าจะนอนอย่างเดียวไม่พูดไม่จา หลังจากนี้ชีพจรคงอ่อนลงเรื่อยๆ .... นี่คือภาพในฝันขงผม
ผมรีบโทรมาขอลาเวรเช้าเพื่อกลับไปเยี่ยม กว่าจะเสร็จธุระ กว่าจะเดินทางด้วยรถประจำทางทำให้ไปถึงบ้านเกือบๆเที่ยงแล้ว มิหนำซ้ำลืมเอากุญแจรถมอเตอร์ไซด์ไปด้วย (รถจอดที่บ้านเอ็ม) และก็โชคดีที่เอ็มขับรถยนต์มาส่งที่บ้าน
พอมาถึงเห็นพ่อนั่งกินข้าวที่แม่กำลังป้อนแบบฝืนๆ สีหน้าอิดโรย กินแล้วก็นอน แม่เล่าให้ฟังว่า เมื่อเช้าพ่อปลุกไม่ตื่น หลับลึก ได้เรียกป้าอ้อยมาช่วยดูให้ แต่เนื้อหาของป้าจริงๆแล้วคือ หัวใจพ่อเต้นเร็ว หายใจเร็ว 30 ครั้ง/นาที บอกแม่ว่าให้เตรียมตัวไว้ ... แต่การรับรู้ของแม่และการถ่ายทอดออกมาเป็นอีกแบบ
เอาหล่ะวันนี้ไม่มีอะไรมาก ผมก็กลับมาทำงานต่อช่วงเย็น โดยขับรถยนต์พ่อกลับมาด้วย และมีแผนว่าจะกลับมาอีกวันเสาร์
เช้าวันนี้ 1 มิย (วันวิสาขะบูชา) แม่โทรมาอีกครั้งด้วยเสียงอ่อนๆ ว่าพ่อเหนื่อยมาก หอบมาก อยากให้ไปหา (ซึ่งจริงๆผมจะไปนอนด้วยวันที่ 2 จะพาแม่ไปหาหมอวันที่ 3) ป้าอ้อยก็โทรมาบอกอาการด้วย ผมเลยชวนภรรยาและพาลูกไปด้วย พอไปถึงพ่อก็หอบมากขึ้นจริงๆ ผมนับดูอัตราการหายใจ = 60ครั้ง/นาที พูดด้วยเสียงเบา สั้นๆ ฟังไม่รู้เรื่อง ลุกนั่งก็เหนื่อยหอบ วันนี้อาร์มก็กลับมาบ้านมาอยู่ด้วยก็พอได้ช่วยพยุง ผมไปยืมเครื่องผลิตออกซิเจนจากป้าอ้อยมาให้พ่อได้ใส่ประคับประคองอาการ ทางบ้านเองก็มีการตระเตรียมพื้นที่สำหรับจัดงาน มีการล้างบ้านล้างพื้น ยกข้าวของให้เป็นระเบียบไว้ วันนี้ผมก็อยู่ด้วยถึงเย็นก่อนจะกลับ
ผมรีบโทรมาขอลาเวรเช้าเพื่อกลับไปเยี่ยม กว่าจะเสร็จธุระ กว่าจะเดินทางด้วยรถประจำทางทำให้ไปถึงบ้านเกือบๆเที่ยงแล้ว มิหนำซ้ำลืมเอากุญแจรถมอเตอร์ไซด์ไปด้วย (รถจอดที่บ้านเอ็ม) และก็โชคดีที่เอ็มขับรถยนต์มาส่งที่บ้าน
พอมาถึงเห็นพ่อนั่งกินข้าวที่แม่กำลังป้อนแบบฝืนๆ สีหน้าอิดโรย กินแล้วก็นอน แม่เล่าให้ฟังว่า เมื่อเช้าพ่อปลุกไม่ตื่น หลับลึก ได้เรียกป้าอ้อยมาช่วยดูให้ แต่เนื้อหาของป้าจริงๆแล้วคือ หัวใจพ่อเต้นเร็ว หายใจเร็ว 30 ครั้ง/นาที บอกแม่ว่าให้เตรียมตัวไว้ ... แต่การรับรู้ของแม่และการถ่ายทอดออกมาเป็นอีกแบบ
เอาหล่ะวันนี้ไม่มีอะไรมาก ผมก็กลับมาทำงานต่อช่วงเย็น โดยขับรถยนต์พ่อกลับมาด้วย และมีแผนว่าจะกลับมาอีกวันเสาร์
เช้าวันนี้ 1 มิย (วันวิสาขะบูชา) แม่โทรมาอีกครั้งด้วยเสียงอ่อนๆ ว่าพ่อเหนื่อยมาก หอบมาก อยากให้ไปหา (ซึ่งจริงๆผมจะไปนอนด้วยวันที่ 2 จะพาแม่ไปหาหมอวันที่ 3) ป้าอ้อยก็โทรมาบอกอาการด้วย ผมเลยชวนภรรยาและพาลูกไปด้วย พอไปถึงพ่อก็หอบมากขึ้นจริงๆ ผมนับดูอัตราการหายใจ = 60ครั้ง/นาที พูดด้วยเสียงเบา สั้นๆ ฟังไม่รู้เรื่อง ลุกนั่งก็เหนื่อยหอบ วันนี้อาร์มก็กลับมาบ้านมาอยู่ด้วยก็พอได้ช่วยพยุง ผมไปยืมเครื่องผลิตออกซิเจนจากป้าอ้อยมาให้พ่อได้ใส่ประคับประคองอาการ ทางบ้านเองก็มีการตระเตรียมพื้นที่สำหรับจัดงาน มีการล้างบ้านล้างพื้น ยกข้าวของให้เป็นระเบียบไว้ วันนี้ผมก็อยู่ด้วยถึงเย็นก่อนจะกลับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)