วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
สรุปอาการ 22 / 5 / 58
พ่อนอนเสียส่วนใหญ่ ปลุกแล้วตื่นมาคุยได้ บอกว่าไม่ได้ง่วงแต่มันตาปิดเอง หายใจไม่หอบเหมือนก่อน ตายังไม่เหลือง ท้องยังไม่บวม เท้ามีบวมบ้างถ้าห้อยเท้านานๆ เดินเข้าห้องน้ำได้ ทานอาหารที่แม่ป้อนได้จำนวนเท่าๆเดิม มีพูดเพ้อ เห็นภาพหลอนคือเห็นคนอื่นๆเป็นต้น
ความเชื่อไสยศาสตร์
เมื่อวานนี้ 22 พค 58 ผมกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อ-แม่ ช่วงนี้ต้องไปเกือบทุกวันที่ว่าง
ไปถึงบ้านก็พบว่าแม่ได้ไปเชิญ "พ่อปู่" ซึ่งเป็นเหมือนบุคคลที่มีความรู้เรื่องทางดวง ไสยศาสตร์ ให้มาที่บ้าน สืบเนื่องจาก ก่อนหน้านี้แม่ไปหา "พ่อปู่" เองถึงที่เลยที่ อำเภอกมลาไสย 2 ครั้งแล้ว ก็ไปสอบถามเกี่ยวกับอาการของพ่อว่าจะเป็นอย่างไรจะช่วยได้ไหม มิหนำซ้ำยังเอาดวงผลกับท้องไปให้ดูด้วย
ครั้งแรกนั้นได้ความว่า พ่อตับดำแล้ว มาหาช้าไป แต่ก็พอช่วยได้ มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับผีสาง เทวดานี่แหล่ะผมจำไม่ได้เท่าไหร่ และยังบอกด้วยว่า ลูก(ซึ่งหมายถึงผล) จะประสบความสำเร็จในธุรกิจ เพียงแต่ห่วงพ่อเลยยังไม่ได้ทำอะไร และอีกหลายอย่าง บลาๆๆๆๆ
ครั้งที่สองก็ได้ไปหาอีก โดยเอาวันเดือนปีเกิด พ่อ แม่ ผม น้อง ภรรยา ลูกไปด้วย ตัดผมพ่อ ไปด้วย แต่ครั้งนี้ผมไม่ทราบว่าผมการดูนั้นเป็นอย่างไร
ครั้งที่สามล่าสุดได้พา "พ่อปู่" มาที่บ้านเลย ก็ให้พ่อนอนลงต่อหน้า แล้วมีการสวดมนต์ คลำท้อง แล้วก็ทักถึงผีสางที่เป็นผีจากไม้ที่พ่อตัดมา เขามาลงโทษไม้พวกนี้ไม่ควรอยู่ที่บ้าน แต่ถ้าจะไว้ที่บ้านก็ควรจะย้ายที่วางเสียใหม่ ส่วนไม้ที่เอาไปไว้บนบ้านนั้นให้เอาลงมาซะ (แม่บอกว่าแม่ไม่ได้เล่าประเด็นนี้ให้ พ่อปู่ ฟัง) ผมก็ได้พาเอาไม้ที่ว่าลงมา มันเป็นไม้ที่ผ่านการเหลาแล้ว(เรียกไม่ถูก) หลังจากนั้นก็เอาไม้มา 3 ชิ้น จากกองไม้1ชิ้น จากบนบ้าน 1 ชิ้น และอีก 1 ชิ้น มาเขียนยันต์สวดมนต์ลงไม้ ให้เอาไม้ทั้ง 3 นี้ไปวางไว้กับกองด้วยกัน เพื่อให้ไม่มีอันตราย ไม่มีผีสางใดๆ ส่วนไม้ที่ตัดมาบางส่วนก็เอาไปไว้ที่เดิมที่ตัดมา ซึ่งก็คือ ข้างหนองน้ำ ผมก็ได้พาไป
แม่ค่อนข้างเชื่อมาก เชื่อจนขนาดที่คิดว่า พ่อไม่น่ามีมะเร็ง .... ขนาดนั้นเลย ปฏิบัติตามอย่างศรัทธา แต่ผมนั้นมีความขัดๆในตัว ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง เพราะผมเห็นผมการตรวจนั้นเองว่าพ่อเป็นมะเร็ง และมีก้อนที่ตับด้วย แต่ก็อย่างว่ามันคือคนที่ไม่มีทางเลือก และเรื่องแบบนี้มันอธิบายไม่ได้แต่เป็นที่พึ่งทางใจได้อย่างดี
ผมก็หวังว่าแม่คงจะไม่หมดเงินหมดทองกับเรื่องแบบนี้นะ
ไปถึงบ้านก็พบว่าแม่ได้ไปเชิญ "พ่อปู่" ซึ่งเป็นเหมือนบุคคลที่มีความรู้เรื่องทางดวง ไสยศาสตร์ ให้มาที่บ้าน สืบเนื่องจาก ก่อนหน้านี้แม่ไปหา "พ่อปู่" เองถึงที่เลยที่ อำเภอกมลาไสย 2 ครั้งแล้ว ก็ไปสอบถามเกี่ยวกับอาการของพ่อว่าจะเป็นอย่างไรจะช่วยได้ไหม มิหนำซ้ำยังเอาดวงผลกับท้องไปให้ดูด้วย
ครั้งแรกนั้นได้ความว่า พ่อตับดำแล้ว มาหาช้าไป แต่ก็พอช่วยได้ มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับผีสาง เทวดานี่แหล่ะผมจำไม่ได้เท่าไหร่ และยังบอกด้วยว่า ลูก(ซึ่งหมายถึงผล) จะประสบความสำเร็จในธุรกิจ เพียงแต่ห่วงพ่อเลยยังไม่ได้ทำอะไร และอีกหลายอย่าง บลาๆๆๆๆ
ครั้งที่สองก็ได้ไปหาอีก โดยเอาวันเดือนปีเกิด พ่อ แม่ ผม น้อง ภรรยา ลูกไปด้วย ตัดผมพ่อ ไปด้วย แต่ครั้งนี้ผมไม่ทราบว่าผมการดูนั้นเป็นอย่างไร
ครั้งที่สามล่าสุดได้พา "พ่อปู่" มาที่บ้านเลย ก็ให้พ่อนอนลงต่อหน้า แล้วมีการสวดมนต์ คลำท้อง แล้วก็ทักถึงผีสางที่เป็นผีจากไม้ที่พ่อตัดมา เขามาลงโทษไม้พวกนี้ไม่ควรอยู่ที่บ้าน แต่ถ้าจะไว้ที่บ้านก็ควรจะย้ายที่วางเสียใหม่ ส่วนไม้ที่เอาไปไว้บนบ้านนั้นให้เอาลงมาซะ (แม่บอกว่าแม่ไม่ได้เล่าประเด็นนี้ให้ พ่อปู่ ฟัง) ผมก็ได้พาเอาไม้ที่ว่าลงมา มันเป็นไม้ที่ผ่านการเหลาแล้ว(เรียกไม่ถูก) หลังจากนั้นก็เอาไม้มา 3 ชิ้น จากกองไม้1ชิ้น จากบนบ้าน 1 ชิ้น และอีก 1 ชิ้น มาเขียนยันต์สวดมนต์ลงไม้ ให้เอาไม้ทั้ง 3 นี้ไปวางไว้กับกองด้วยกัน เพื่อให้ไม่มีอันตราย ไม่มีผีสางใดๆ ส่วนไม้ที่ตัดมาบางส่วนก็เอาไปไว้ที่เดิมที่ตัดมา ซึ่งก็คือ ข้างหนองน้ำ ผมก็ได้พาไป
แม่ค่อนข้างเชื่อมาก เชื่อจนขนาดที่คิดว่า พ่อไม่น่ามีมะเร็ง .... ขนาดนั้นเลย ปฏิบัติตามอย่างศรัทธา แต่ผมนั้นมีความขัดๆในตัว ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง เพราะผมเห็นผมการตรวจนั้นเองว่าพ่อเป็นมะเร็ง และมีก้อนที่ตับด้วย แต่ก็อย่างว่ามันคือคนที่ไม่มีทางเลือก และเรื่องแบบนี้มันอธิบายไม่ได้แต่เป็นที่พึ่งทางใจได้อย่างดี
ผมก็หวังว่าแม่คงจะไม่หมดเงินหมดทองกับเรื่องแบบนี้นะ
วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
สรุปอาการ 16.5.58
นอนมากขึ้น นั่งทรงตัวได้แต่มีท่าทางเพลียอย่างเห็นได้ชัด ตืนรับประทานข้าวได้ ดื่มน้ำได้ ตายังไม่เหลือง ท้องยังไม่บวม นอนราบได้ แต่สังเกตุผิวออกเหลืองๆ ขาไม่บวม สังเกตุได้ว่าอาการทรุดลงเรื่อยๆ เมื่อเทียบจากเข้ารักษาใหม่ๆ พูดได้น้อยเสียงเบา มีพูดเพ้อๆบางครั้ง แต่ยังสื่อสารได้ดี
16/5/58 เหลือเวลาอีก 6 เดือน
16/5/58 วันนี้เป็นวันที่หลวงพ่อคูณละสังขาร และเป็นวันเผาศพตาเภาด้วย
เมื่อพฤหัสบดีที่ผ่านมาได้พาพ่อไปตรวจตามนัดที่ รพ.ศรีนครินทร์กับแพทย์โรคทางเดินอาหาร พาพ่อไปแต่เช้า เพราะก็ทราบกันดีกับการใช้เวลาในการติดต่อกับโรงพยาบาล
ผมก็โชคดีที่เป้นบุคคลากรมีคิวเร็วกว่าคนอื่นๆ แต่ก็เสียเวลากับการหาประวัติหลายชั่วโมง วันนั้นพ่อนั่งรถเข็นทั้งวันเพราะเดินไม่ไหว สีหน้าท่าทางเรียบๆ อิดโรย พูดน้อย เรื่องเหนื่อยก็ดีขึ้นมากๆ ข้าวเช้าทานมาเพียงนม
ผมไปกับพ่อ 2 คนก็สะดวกดี เพราะชินกับสถานที่แล้ว ได้เข้าตรวจราวๆเกือบ 11 โมง ซึ่งที่จริงควรจะเร็วกว่านั้น หมอดูผล CT ช่องท้อง แล้วได้หันมาเรียกผมไปคุยที่อื่นเพื่อบอกผลตรวจและสอบถามว่าพ่อทราบหรือยัง ซึ่งผมก็บอกไปว่าท่านทราบแล้ว หมอจึงเข้ามาพูดความจริงให้พ่อทราบว่าก้อนมันลุกลามเข้าไปเบียดเส้นเลือดที่ตับทำให้ผ่าตัดอะไรไม่ได้แล้ว ทางรักษาคือ เคมีบำบัดซึ่งก็ไม่การันตีว่าจะหายขาดอาจจะเพียงแค่ยืดเวลาเท่านั้น หรืออาจจะทนกับการให้เคมีบำบัดไม่ไหว ให้เราไปปรึกษากันก่อน
พ่อก็ยังมีสีหน้าเรียบเฉยแบบเดิม
มาถึงบ้านผมได้เล่าอาการและความจริงให้พี่น้องทราบ (พี่น้องของพ่อมาเยี่ยมเยอะมาก อาสังข์และภรรยา , อามน , อาแดง , ภรรยาลุงทอง) หลายๆท่านก็เข้าใจไม่มีอาการตกใจมากมายนักแต่ได้ช่วยกันให้กำลังใจพ่อและแม่
หลังจากนั้น 1 วันพวกท่านก็พากันกลับบ้าน ยกเว้นอาแดงที่อยู่ช่วยดูแลพ่อไปก่อน อย่างน้อยก็เป็นเพื่อนแม่ในช่วงที่ท่านกำลังฝึกทำใจ แต่แม่กลับมีความหวังว่าพ่อจะหายได้ไม่คิดว่าจะมีปัญหาที่ตับคิดว่าเป็นแค่ที่ปอด(ซึ่งจริงๆผมก็อธิบายอย่างละเอียดหลายรอบแล้ว) นั่นแสดงว่าท่านยังอยู่ระยะปฏิเสธอยู่ หน้าที่ผมก็คงให้กำลังใจท่านต่อไป
เมื่อพฤหัสบดีที่ผ่านมาได้พาพ่อไปตรวจตามนัดที่ รพ.ศรีนครินทร์กับแพทย์โรคทางเดินอาหาร พาพ่อไปแต่เช้า เพราะก็ทราบกันดีกับการใช้เวลาในการติดต่อกับโรงพยาบาล
ผมก็โชคดีที่เป้นบุคคลากรมีคิวเร็วกว่าคนอื่นๆ แต่ก็เสียเวลากับการหาประวัติหลายชั่วโมง วันนั้นพ่อนั่งรถเข็นทั้งวันเพราะเดินไม่ไหว สีหน้าท่าทางเรียบๆ อิดโรย พูดน้อย เรื่องเหนื่อยก็ดีขึ้นมากๆ ข้าวเช้าทานมาเพียงนม
ผมไปกับพ่อ 2 คนก็สะดวกดี เพราะชินกับสถานที่แล้ว ได้เข้าตรวจราวๆเกือบ 11 โมง ซึ่งที่จริงควรจะเร็วกว่านั้น หมอดูผล CT ช่องท้อง แล้วได้หันมาเรียกผมไปคุยที่อื่นเพื่อบอกผลตรวจและสอบถามว่าพ่อทราบหรือยัง ซึ่งผมก็บอกไปว่าท่านทราบแล้ว หมอจึงเข้ามาพูดความจริงให้พ่อทราบว่าก้อนมันลุกลามเข้าไปเบียดเส้นเลือดที่ตับทำให้ผ่าตัดอะไรไม่ได้แล้ว ทางรักษาคือ เคมีบำบัดซึ่งก็ไม่การันตีว่าจะหายขาดอาจจะเพียงแค่ยืดเวลาเท่านั้น หรืออาจจะทนกับการให้เคมีบำบัดไม่ไหว ให้เราไปปรึกษากันก่อน
พ่อก็ยังมีสีหน้าเรียบเฉยแบบเดิม
มาถึงบ้านผมได้เล่าอาการและความจริงให้พี่น้องทราบ (พี่น้องของพ่อมาเยี่ยมเยอะมาก อาสังข์และภรรยา , อามน , อาแดง , ภรรยาลุงทอง) หลายๆท่านก็เข้าใจไม่มีอาการตกใจมากมายนักแต่ได้ช่วยกันให้กำลังใจพ่อและแม่
หลังจากนั้น 1 วันพวกท่านก็พากันกลับบ้าน ยกเว้นอาแดงที่อยู่ช่วยดูแลพ่อไปก่อน อย่างน้อยก็เป็นเพื่อนแม่ในช่วงที่ท่านกำลังฝึกทำใจ แต่แม่กลับมีความหวังว่าพ่อจะหายได้ไม่คิดว่าจะมีปัญหาที่ตับคิดว่าเป็นแค่ที่ปอด(ซึ่งจริงๆผมก็อธิบายอย่างละเอียดหลายรอบแล้ว) นั่นแสดงว่าท่านยังอยู่ระยะปฏิเสธอยู่ หน้าที่ผมก็คงให้กำลังใจท่านต่อไป
วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
กำลังใจจากครอบครัว
ข่วงนี้ อา(น้องของพ่อ) มีอามน อาแดง และพี่หนิง (ลูกของพี่ชายพ่อ) มาเยี่ยมที่ รพ. ได้มานอนพักที่ บ้านที่กาฬสินธุ์กับแม่ ก็พอดีที่มีเสียงอัปมงคลทำร้ายจิตใจแม่พอดี อย่างน้อยแม่ก็มีเพื่อนคุย เพื่อนคลายเหงาได้บ้าง
ก็เป็นช่วงเดียวกันที่อาร์มกลับมาช่วงวันหยุดมาเยี่ยมพ่อได้พาแฟนมาด้วย แต่ก็อยู่ได้เพียง 1 วันเพราะต้องเผื่อเวลาสำหรับเดินทางด้วย
สำหรับแม่ผมเห็นได้ชัดเจนว่าผ่อนคลายไปเยอะ เพราะมีเพื่อนอย่างอาๆ และพี่หนิงมาเป็นเพื่อน
แต่หลังจากนี้ก็ต้องอยู่คนเดียวไปก่อน ก็หวังว่ากำลังใจที่มาช่วยนั้น น่าจะทำให้เข้มแข็งได้ ส่วนผมก็อยู่ที่ ขอนแก่นคอยดูแลพ่อทางนี้
ก็เป็นช่วงเดียวกันที่อาร์มกลับมาช่วงวันหยุดมาเยี่ยมพ่อได้พาแฟนมาด้วย แต่ก็อยู่ได้เพียง 1 วันเพราะต้องเผื่อเวลาสำหรับเดินทางด้วย
สำหรับแม่ผมเห็นได้ชัดเจนว่าผ่อนคลายไปเยอะ เพราะมีเพื่อนอย่างอาๆ และพี่หนิงมาเป็นเพื่อน
แต่หลังจากนี้ก็ต้องอยู่คนเดียวไปก่อน ก็หวังว่ากำลังใจที่มาช่วยนั้น น่าจะทำให้เข้มแข็งได้ ส่วนผมก็อยู่ที่ ขอนแก่นคอยดูแลพ่อทางนี้
ความเป็นห่วงของชาวบ้าน (หรือเปล่า) กับความอ่อนไหวของจิตใจแม่
แม่หลายวันก่อน แม่โทรศัพท์มาหาผมพร้อมเสียงร้องไห้ จับใจความได้ว่า มีชาวบ้านมาพูดถึงอาการของคนที่รู้จักว่าคล้ายๆกับพ่อ หลังจากนั้นก็เสียชีวิต คำพูดทำนองนี้ได้เข้ามาหาแม่เรื่อยๆ อยู่2 วัน จนรู้สึกทนไม่ไหว ก็ได้เดินทางมาที่ รพ. เพื่อหลีกหนีเสียงชาวบ้านเหล่านั้นทันที
ผมว่าความเป็นห่วงของชาวบ้านเรานั้น บางครั้งใช้คำพูดไม่เป็น อาจจะเรียกได้ว่าไม่มีมารยาท โดยเฉพาะที่ทำงานใน อบต.หน้าบ้าน ผมก็ไม่ทราบว่าเป็นใครตำแหน่งไหน แต่มันบ่งบอกว่าเขาไม่ได้ทำหน้าที่ดูแลประชาชนที่ดีพอ
ในวันที่แม่มาหานั้น อย่างน้อยก็ไม่มีเสียงพูดอัปมงคลทำร้ายจิตใจกันอย่างที่บ้าน การได้ดูแลสามีก็พอจะทำให้ความกังวลเหล่านั้นลดลงได้บ้าง
ผมว่าความเป็นห่วงของชาวบ้านเรานั้น บางครั้งใช้คำพูดไม่เป็น อาจจะเรียกได้ว่าไม่มีมารยาท โดยเฉพาะที่ทำงานใน อบต.หน้าบ้าน ผมก็ไม่ทราบว่าเป็นใครตำแหน่งไหน แต่มันบ่งบอกว่าเขาไม่ได้ทำหน้าที่ดูแลประชาชนที่ดีพอ
ในวันที่แม่มาหานั้น อย่างน้อยก็ไม่มีเสียงพูดอัปมงคลทำร้ายจิตใจกันอย่างที่บ้าน การได้ดูแลสามีก็พอจะทำให้ความกังวลเหล่านั้นลดลงได้บ้าง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)