ผ่านงานศพพ่อไปได้เกือบ 2 เดือนแล้ว คนที่เหลือยังต้องใช้ชีวิตต่อไป คู่ชีวิตที่เคยอยู่เคียงข้างกันต้องมีชีวิตอยู่คนเดียว
แม่เป็นคนที่มีความสามารถในการปรับตัวทางด้านอารมณ์น้อยมาก หากมีอะไรกระทบจิตใจก็จะมีปฏิกิริยาออกมาทันที
ย้อนไปช่วงแรกที่พ่อเสีย คร่าวๆคือ ช่วงเดือน มิถุนายน นั่นเอง แม่จะมีท่าทางซึม เหงา เวลาพาขับรถไปซื้อของ หรือเอาของเก่าไปขาย แม่จะเล่าให้ฟังว่า พ่อจะพาไปทางนั้น พ่อจะพาไปทางนี้ พ่อตัดผมร้านนี้ เป็นต้น สภาพแม่ช่วงแรกๆน่าสงสารอย่างยิ่งผมก็อยากกลับมาอยู่เป็นเพื่อนแต่ก็ทำได้ลำบาก
แม่ต้องการคนที่จะนอนเป็นเพื่อนตอนกลางคืน ช่วงหนึ่งได้ว่าจ้างเด็กแถวนั้นมานอนเป็นเพื่อน ให้หลานมานอนเป็นเพื่อน แต่ก็ไม่สะดวกใจเท่าไหร่ ท่านเลยนอนคนเดียวเสียเลย ผมจะต้องแลกเวร สลับเวรเพื่อจะหามานอนเป็นเพื่อนให้ได้บ่อยที่สุด อย่างน้อยก็สัปดาห์ละครั้ง และพาแม่ไปซื้อของมาขายด้วย ซึ่งในเดือน มิถุนายนช่วงที่กำลังปรับตัวนั้น จะต้องกลับบ้านเพื่อพาไปซื้อของอย่างน้อย 1 วัน (ไป-กลับ) และ ต้องนอนบ้านด้วย อีก 1 วัน โดยเฉลี่ยในเดือน มิถุนายน ผมต้องกลับบ้าน 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ เวลาว่างผมแทบจะไม่มี แต่ก็ต้องทำ
ในเดือน กรกฎาคม ผมสังเกตุได้ว่าแม่เริ่มชินแล้ว สีหน้าดีขึ้น อารมณ์ไม่ตึงเหมือนแรก และเหมือนจะทราบว่าผมมีปัญหาขณะขับรถกลับบ้านมาหาท่าน เลยบอกว่าถ้าลงเวรดึกเพื่อจะกลับมาเพื่อพาไปซื้อของแล้วกลับในวันนั้น ก็อย่ามา ให้มานอนด้วยดีกว่า เพราะเดือนมิถุนานั้น ผมหลับในบ่อยครั้ง ขณะขับรถ ซึ่งแม่คงจะทราบ แต่ผมก็ไม่เคยบอก แม่ก็พูดถึงพ่อหลายๆเรื่อง เราจะพูดแต่สิ่งดีๆให้อยู่ในความทรงจำตลอดไป
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น